ข้อสั่งการ มท./สถ.

เกษตรกรพัทลุงล้มสวนยางพารา ดึงแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักสร้างสวนแบบผสมผสาน

โพสต์เมื่อ : 7 มิถุนายน 2559

    เกษตรกรพัทลุงพลิกชีวิต ล้มสวนยางนำแนวคิดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระราชา ทำเกษตรผสมผสาน และเกษตรอินทรีย์ สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว และเป็นแบบอย่างต่อชาวบ้านในพื้นที่

วันนี้ (6 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสภาวะราคาพืชผลทางด้านการเกษตรต่ำ ทำให้เกษตรกรมีรายได้ลดลงซึ่ งมีผลกระทบต่อการทำมาหากิน และค่าใช้จ่ายในครอบครัว ซึ่งทำให้เกษตรกรหลายรายในพื้นที่จังหวัดพัทลุง เริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวหันมาทำเกษตรผสมผสาน และเกษตรอินทรีย์ จนสามารถยืนหยัดต่อสู้ด้วยลำแข้งของตัวเอง มีรายได้เลี้ยงครอบครัวแบบยั่งยืน อย่าง ลุงนัน ที่ตัดสินใจโค่นต้นยางพารา แล้วหันปลูกมะละกอ สละพันธุ์สุมาลี ปลูกกล้วยหอม ปลูกหมาก และไม้ยืนต้นอีกลายชนิด กลายเป็นสิ่งที่สังคมชาวบ้านที่พัทลุง ส่วนใหญ่มีรายได้หลักจากการกรีดยางมองว่า บ้า แต่ ลุงนัน ชูเอียด ประธานศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านในกอย อ.ป่าบอน จ.พัทลุง กลับมองว่า นี่คือโอกาสจะสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว ลุงนัน ชูเอียด หลังปลูกสละเป็นพืชหลัก และแซมด้วยกล้วยหอม หมาก และมะละกอ รวมทั้งไม้ยืนต้น ในช่วงแรกระยะ 6-7 เดือน มะละกอ สามารถเก็บเกี่ยวได้ 8 เดือน กล้วยหอมก็สามารถเก็บขายได้ และระยะ 2 ปี 6 เดือน สละก็เริ่มออกดอกผสมเกสร รอ 8 เดือน สามารถส่งขายตลาดเช่นกัน ส่วนหมากที่ปลูกไว้ก็เป็นร่มเงาให้ต้นสละ ในระยะ 5 ปี ก็สามารถเก็บลูกผ่าเป็นหมากแห้งส่งขายได้เช่นกัน ส่วนไม้ยืนต้นอื่นๆ เช่น สะเดาเทียม ไม้พะยอม ไม้ตะเคียน เมื่ออายุ 15 ปี ก็สามารถนำไม้มาใช้ประโยชน์ เหมือนกับสร้างธนาคารต้นไม้ไว้ในสวนเลยทีเดียว นอกจากนี้ เศษผลไม้อย่างมะละกอ พืชผักอื่นๆ ที่ไม่สามารถส่งขายได้ ก็นำมาเป็นอาหารให้แก่ไก่ ที่เลี้ยงไว้แบบเลี้ยงไก่อินทรีย์ลดต้นทุนในการเลี้ยงได้เป็นอย่างดี  ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ทำมาหลายปีในการทำสวนผสมผสาน สามารถสร้างรายได้เป็นอย่างดี โดยลุงนัน บอกกว่า สิ่งที่สำคัญในการทำสวนผสมผสานต้องเริ่มจากตัวเรา และดินเป็นหลัก พร้อมทั้งยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นสำคัญ

 

 

ขอบคุณแหล่งข่าว : ผู้จัดการออนไลน์

ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ